วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภัยมืดการใช้อินเตอร์เน็ต ยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่


ภัยมืดการใช้อินเตอร์เน็ต ยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่
       ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และด้านไซเบอร์ ร่วมเสวนาเกี่ยวกับภัยใกล้ตัวในยุคไอที พบมีผู้ถูกหลอกลวงจากการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น
ในวงเสวนา "อนาคตของภัยมืดอินเตอร์เน็ตและอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทุกคนควรรู้ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศไทย" ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ด้านไซเบอร์ ร่วมเสวนา พร้อมภาครัฐและเอกชน พบว่า จากการวิจัยของสถาบันระดับโลก ยอมรับว่า Cybercrime และ Cybersecurity เป็นภัยทางอินเตอร์เน็ตระดับต้นๆ เนื่องจากสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา พบการร้องทุกข์อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการหลอกลวง ฉ้อโกง รวมถึงการล้วงลับข้อมูลทางการเงิน 

      โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เทคโนโลยีไอทีสมัยใหม่ ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถเจาะข้อมูลได้ง่ายขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องรู้เท่าทันและป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่ต้องการทำลาย ขณะที่อุปนายกความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ เตือนว่าใครที่ชอบโพสต์ถ้อยคำทหยาบคายหรือความรุนแรง หากต้องการสมัครงานใหม่ อาจทำให้หน่วยงานใหม่ไม่รับเข้าทำงาน เพราะหลายหน่วยงานเริ่มมีการตรวจสอบประวัติย้อนหลังการใช้งานยูทูฟและเฟสบุ๊กส์ของพนักงานมากขึ้น หากพบประวัติที่ไม่ดีก็จะไม่รับเข้าทำงาน 

อ้างอิงจาก: http://www.krobkruakao.com/

รัฐบาลจีนคุ้มเข้มการใช้อินเตอร์เน็ต

จีนคุมเข้มการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอียิปต์ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารัฐบาลวิตกเรื่องเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง

               จีนคุมเข้มการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอียิปต์ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารัฐบาลวิตกเรื่องเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง
                การประท้วงรัฐบาลในอียิปต์เป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลก แต่ผู้ที่พยายามจะค้นหาข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับอียิปต์ทางอินเทอร์เน็ตในประเทศจีน ด้วยการพิมพ์คำว่า Egypt เข้าไปนั้น จะมีข้อความปรากฎให้เห็นในจอคอมพิวเตอร์ว่า แสดงผลการค้นให้ไม่ได้ นักวิชาการบางรายให้ความเห็นว่า การรักษาเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของรัฐบาลจีน แต่ก็มีผู้ที่ยอมรับว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือกระจายข่าวที่ได้ผลมากที่สุดเวลานี้ และรัฐบาลต่างๆทั่วโลกจะใช้การคุมการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นวิธีจัดการกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

8 ข้อเตือนภัยก่อนใช้ Internet Banking


พิมพ์
.............ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้คนเราต่างต้องใช้อินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งต่างคิดค้นบริการทางอินเตอร์เน็ตหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้บริการลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน แถมยังได้รับบริการที่รวดเร็วทันใจเพียงแค่คลิกเท่านั้น
.............แต่อย่างไรก็ตาม การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อทำธุรกรรมการเงินต่างๆ เมื่อมีข้อดีมากมาย ก็มีข้อควรระวังในเรื่องของความปลอดภัย ที่แม้ว่าธนาคารจะมีระบบป้องกันความปลอดภัยให้กับลูกค้าเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีเหล่ามิจฉาชีพที่พยายามหาช่องโหว่ด้วยวิธีการต่างๆ ล่อล่วงเอา ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งผู้ใช้บริการเองก็ต้องรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
1. ผู้สมัครใช้บริการทางการเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต ต้องเก็บรักษารหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) และรหัสรักษาความปลอดภัย (Security Password) เป็นความลับ
2. หมั่นเปลี่ยนรหัส ผ่านอยู่เสมอ และไม่ควรใช้รหัสผ่านที่บุคคลอื่นคาดเดาได้ง่าย
3. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เช่น รหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) รหัสบัตรเครดิต หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตร หรือข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางอีเมล์ใดๆ
4. อย่าตอบกลับอีเมล์ที่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ มาให้ปรับปรุงข้อมูลหรือยืนยันความถูกต้อง
5. หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (link) ที่แนบมากับอีเมล์ที่ไม่ทราบชื่อผู้ ส่ง หรืออีเมล์ที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล เพราะอาจมีโปรแกรมสอดแนม (Spyware) แนบมากับลิงค์เหล่านั้นเพื่อโจรกรรมข้อมูล
6. คลิก ออกจากระบบ (Log out) เมื่อเลิกใช้อีเมล์หรือทำรายการทางการเงินต่างๆ แต่ละครั้งเรียบร้อยแล้ว
7. ตรวจสอบความถูกต้องของรายการธุรกรรม และยอดเงินในบัญชีของตนเองอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรายการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
8. หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้อื่น เช่น ในร้านอินเตอร์เน็ต เพราะอาจไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดีพอ

แนะนำบล็อกเกอร์


สวัสดีคะ   ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blogger 

ฺฺBlogger นี้ใช้เพื่อประกอบการเรียน  การสอน ของ

วิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน  (0012006)